Categories
Reminder

26

เป็นอีกหนึ่งวันธรรมดาที่มีความรู้สึกเกิดขึ้นหลากหลาย
อย่างไรก็ตามพอเรารู้เท่าทัน ก็เป็นความสุขอย่างหนึ่ง

ขอบคุณทุกคนมากๆ สำหรับคำอวยพร-คำไม่อวยพร-ความห่วงใยทั้งที่อยู่ในใจและที่แสดงออก
ทั้งเมื่อวาน วันนี้ พรุ่งนี้
อันที่จริงแค่ได้เจอ ได้รู้จักกัน ได้ผ่านมาพบแม้ผูกพันหรือไม่ผูกพัน
ล้วนเป็นของขวัญที่สำคัญกับชีวิตเรามากๆ แล้ว

ขอบคุณพื้นที่กว้างๆ นี้ด้วย
ที่ทำให้การแสดงออกถึงความห่วงใยมาถึงเราอย่างรวดเร็วล้นหลาม

ขอบคุณเตี่ย แม่ และน้องๆ
ที่ให้เราเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวเบี้ยวๆ นี้มาตลอด

ขอบคุณใครก็ตามบนโลกใบนี้ที่คิดค้นคำว่า ‘ขอบคุณ’ ขึ้นมา
ไม่เช่นนั้นเราคงไม่รู้ว่าจะตอบแทนคำระลึกถึงและความปรารถนาดีของทุกคนอย่างไร

ขอให้สิ่งดีๆ เกิดขึ้นกับทุกท่านเช่นกัน =)

Categories
Delicious

หวานขมBitter Sweet BOYdPOD the short film

หมายเหตุ:
โพสต์นี้พิมพ์เก็บไว้ตั้งแต่ 2008/12/02
น่าจะเป็นวันหลังจากไปดูหนังเรื่องนี้มา (ด้วยบัตรฟรี)
คิดว่าตอนที่บันทึกเป็นฉบับร่าง คงตั้งใจเรียบเรียงอะไรเพิ่มเติมให้เป็นเรื่องเป็นราวกว่านี้
แต่จนแล้วจนรอดผ่านไปสองปีก็ยังไม่ได้ทำอย่างที่ตั้งใจแต่แรก (ช่างน่าเศร้ายิ่งนัก)
รู้ตัวอีกทีก็คิดจะลบทิ้ง เพราะคำที่ใช้มันเพี้ยนๆ แปลกๆ

ทันใดนั้นจิตใต้สำนึกขี้เสียดายของมากระซิบว่า ‘อย่าทิ้งเลย.. เสียดาย’
เป็นเหตุให้ตัดสินใจเผยแพร่โพสต์นี้
โดยท้ายที่สุดก็ไม่ได้พิมพ์อะไรเพิ่มเข้าไปเลยนอกจากแก้คำผิด คำขาดเกิน (เพราะนึกอะไรไม่ออกจริงๆ)
จึงขอเชิญทุกท่านอ่านบทความภาษาประหลาดๆ สมัยดิฉันยังวัยรุ่น ด้วยประการฉะนี้ เอย.

——————————————————————————————-

หวานขมBitter Sweet BOYdPOD the short film

โอย แค่พิมพ์ชื่อก็เหนื่อยละ
ไปดูมาแล้วค่ะ อิ่มมากๆ

แต่ละเรื่องเข้าใจได้ว่าแต่ละผู้กำกับฟังแต่ละเพลงของพี่บอยป๊อดแล้วเห็นอะไร
เหมือนว่าเนื้อหาทั้ง 13 ตอนจะไม่เกี่ยวกัน (แอบมีช่วงวันเวลา/วงจรชีวิตตัวละครเหลื่อมๆ ใกล้กันเหมือน4แพร่ง)
แต่มันร้อยเรียงกันให้ลงตัวได้อย่างน่าประหลาด
เป็น13เรื่องสั้นที่ต่อกันได้ เอิ่ม.. ได้ดี
(เอ๊ะ นับไปนับมาทำไมได้แค่ 12 ละเนี่ย -*-)

คนอื่นยังไงไม่รู้
แต่แนนแม่งดูแล้วซาบซึ้ง
มีตอนในดวงใจอยู่ 2-3 ตอน
และมีตอนเดียวมั้งที่รู้สึกว่าไม่ค่อยโอเค
ความรู้สึกภาพรวมหลังจากดูจบ ดี ถึงดีมาก

อาจเป็นเพราะชอบหนังที่ดูแล้วคิดตามได้ในแบบของเราว่ามันสื่ออะไร
ดูแล้วเออ ได้ทั้งอารมณ์จากภาพ อารมณ์จากเรื่อง แล้วนี้ยังมีแถมอารมณ์จากเพลงด้วย
(ไม่ใช่แบบอยากจะแกล้งคนดูอย่างเรื่องนั้นเรื่องพลอย)

ไม่จำเป็นต้องเคยฟังเพลงทุกเพลงในนั้นก็ได้ แต่ถ้าเคยฟังไปก่อนอาจจะอินมากกว่า (มั้ง)

ใครจะไม่ได้ไปดูในโรงหรือรอซื้อดีวีดี แนะนำว่าควรดูไล่ลำดับตั้งแต่เรื่องแรกจนสุดท้ายนะคะ
เพราะมีเรื่องลำดับเวลาความต่อเนื่องของตัวละครแต่ละตอนด้วย
ถ้าเลือกดูทีละเรื่องกระโดดข้ามไปมา อารมณ์อาจไม่ต่อเนื่องกัน
แล้วจะทำให้มองภาพรวมของหนังไม่ชัด
(แนนคิดว่านะ)

รอซื้อดีวีดีเก็บ ยิ้มน่ารัก

Categories
Stuff

Paper of memories

นึกครึ้มใจเอาโปสการ์ดที่เก็บไว้ตั้งแต่ประมาณ 4 ปีก่อนมาจัดใส่สมุดอัลบั้ม

(อนึ่ง สมุดอัลบั้มที่ว่านี้ซื้อมาดองตั้งแต่ปีที่แล้ว)
ที่จริงก็ไม่ได้มีแต่โปสการ์ดอย่างเดียว มีเศษกระดาษคำดีๆ ที่เพื่อน-น้อง-พี่ เขียนและฉีกให้ในค่าย
มีภาพวาดกะโหลกกะลาในกระดาษเอสี่ที่น้องๆ เอามายัดใส่มือตอนไปเป็นวิทยากรฝึกอบรม
มีจดหมายพร้อมภาพถ่าย ที่เจ้าของลายมืออุตส่าห์เขียนคำโปรยไว้บนซองว่า “ยิ้มก่อนอ่าน ตาหวานก่อนเปิด” เก่าแต่น่ารักดีจริง

เรียงไปอ่านไปยิ้มไป ทั้งที่มีคนส่งมาให้และที่เราส่งถึงตัวเอง เหมือนได้เปิดลิ้นชักความทรงจำขนาดย่อม
เรียงไปเรียงมาถึงได้รู้ว่าเรามีโปสการ์ด-กระดาษ-จดหมาย อะไรทำนองนี้อยู่เยอะมาก ร่วมร้อยใบได้มั้ง
(จำนวนเท่านี้ถือว่าเยอะสำหรับเราหละนะ ฮิๆ)
คิดว่าคงต้องหาสมุดอัลบั้มมาใส่อีกอย่างน้อยสามเล่ม หรือไม่ก็หากล่องมาใส่จะได้ไม่วุ่นวายในภายภาคหน้า

เสียดายโปสการ์ดบางใบหมึกซีดจางมาก ขณะอ่านต้องพยายามเพ่งสายตาอย่างแรง
ขนาดผ่านมาแค่ไม่กี่ปีนะ ไม่รู้ปีหน้าเปิดอ่านจะมองตัวอักษรเห็นอยู่ไหม

พอได้เห็นชื่อคนโน้นคนนี้บนกระดาษสี่เหลี่ยม ทำให้คิดได้ว่ามีคนอีกจำนวนหนึ่งในชีวิตที่คิดถึงเรา
อย่างน้อยก็ในอดีตครั้งที่เขาจรดปากกาเขียนชื่อที่อยู่ ส่งกระดาษพร้อมข้อความมาให้ (บางคนไม่รู้จัก หลายคนไม่เคยเจอหน้ากันด้วยซ้ำ)
และต่อจากนี้ถ้ามีโอกาส เราจะส่งความรู้สึกพร้อมกระดาษของเรากลับไปให้เขาเหล่านั้นบ้าง…

ด้วยความขอบคุณ (:

ป.ล. นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
จะเขียนโปสการ์ดให้ติดแน่นทนนานไม่ละลายไปกับของเหลวใดๆ ควรใช้ปากกาลูกลื่นสีเข้ม
เพราะปากกาเจล ปากกาบอลไซน์สีสวยทั้งหลายหายไปในของเหลวและอากาศง่ายเหลือเกิน

Categories
Mumble

ฝันเป็นตุเป็นตะ

เมื่อวานเย็นไปซื้อของที่เซเว่น ประกอบด้วยน้ำแข็ง สปาย ชาเขียว และลูกชิ้น ก่อนจ่ายเงินฝากคุณพนักงานอุ่นลูกชิ้น จ่ายเงินเสร็จปุ๊บ เราและพี่สาวชื่อเป๊ะ (นามสมมติ) ก็เชิดของออกจากร้านไม่สนใจใคร ไม่สนใจลูกชิ้นสองไม้นั้นด้วย แถมตกดึกพี่เป๊ะ (นามสมมติ) ยังหาว่าเรามุบมิบลูกชิ้นเค้าไปอีกต่างหาก (ใครจะไปยอมรับล่ะ!) อดกินไปตามระเบียบ

ถัดจากโศกนาฏกรรมลูกชิ้นที่เซเว่น แวะทำธุระตามความสนใจนิดหน่อยแล้วไปปล่อยแก่กับเพื่อนพี่น้องที่ถนนมีชื่อ แห่งหนึ่ง เจอเครื่องดื่มยี่ห้อไม่คุ้นคอ ยังคิดอยู่ว่าเช้ามาจะมึนไหม แต่ก็ไม่สนใจอะไรมาก มีอะไรก็ใช้อย่างนั้น

แล้วสองเหตุการณ์ธรรมดาก็มาบรรจบกันในฝัน…

คุณพนักงานเซเว่นมาหาที่บ้าน บอกว่าเอาลูกชิ้นมาให้ พี่เป๊ะรับไว้ (ถ้าจำไม่ผิด)
ส่วนเรากำลังพะอืดพะอมเพราะอาหารเป็นพิษ พี่เป๊ะเลยเดินมาสอนตามประสาผู้แก่ประสบการณ์
“นี่ถ้าเป็นพี่นะไม่มีทางแฮงค์ เพราะเดี๋ยวนี้พี่จะชงบางๆ แล้วค่อยๆ จิบ พอกินกันจนถึงกลางทางก็ดื่มน้ำเปล่าตามเข้าไปเยอะๆ จะได้ปวดฉี่เข้าห้องน้ำบ่อยๆ แค่นี้ก็ไม่เมา ตื่นเช้ามาสบายบรื๋อ ไม่ต้องมาทนมึนหัวแบบนี้หรอกย่ะ”

ตื่น!

เมื่อก่อนเราเป็นคนหลับง่าย เพื่อนหลายคนบอกว่าเราหลับเหมือนตาย คือนอนนิ่งหลับลึกมาก ใครเสียงดังโหวกเหวกหรือเผลอเดินเหยียบก็ไม่ตื่น เพื่อนคนหนึ่งทำการทดลองปลุกเราโดยการยกแขนเราขึ้นจนสูงสุดแล้วปล่อยให้ตกลงมากระแทกพื้น
“ตุ้บ!”
เรายังคงหลับสนิท

ไม่รู้ด้วยเหตุนี้หรือเปล่าทำให้เราไม่ค่อยฝันและไม่เคยต้องตื่นมาเข้าห้องน้ำกลางดึก

เกือบปีที่ผ่านมาค้นพบความเปลี่ยนแปลงของร่างกาย
นอนไม่หลับบ่อยขึ้น หลายครั้งตื่นมากลางดึกเพื่อเข้าห้องน้ำและนอนหลับต่อไม่ได้จนเกือบเช้า
หลับเมื่อไหร่ฝันเมื่อนั้น

ในฝันของเราจะมีคนที่เราไม่สนิทแต่เคยเห็นหน้ากันอยู่บ้างปรากฎเข้ามาบ่อยๆ
หรือเป็นคนที่หายไปจากกันและกัน ไม่เจอกันนานแล้ว
บางทีก็มีตัวละครที่เป็นญาติมาเจอกับเพื่อนที่ทำงาน สนิทสนมกันในฝันทั้งที่ชีวิตจริงไม่เคยเจอกัน
ฝันถึงสถานการณ์แย่ๆ เรื่องงานที่เรากังวลมาทั้งวันจนกระทั่งนอน
มีฝันที่น่ากลัว ต้องหนีสุดชีวิต สะดุ้งตื่น-รู้ตัวว่าฝันร้าย พอเริ่มเคลิ้มหลับอีกรอบก็เริ่มฝันต่อจากเดิม ขณะเดียวกันเรารู้ตัวว่ากำลังจะฝันร้ายก็จะพยายามฝืนไม่ให้ตัวเองหลับต่อ แต่สุดท้ายก็ทนไม่ไหวหลับไปด้วยความเพลียโดยไม่ฝันอะไรต่อเลย
และเคยฝันเกี่ยวกับความรักที่ส่วนใหญ่ประหลาดเสียจนไม่มีทางเกิดขึ้นได้
(เช่นเราเป็นแฟนกับผู้หญิง, เป็นแฟนกับผู้ชายที่เราไม่รู้จักไม่คุ้นเคยด้วย)

เคยคิดว่าแปลกที่ฝันมาทั้งคืน ตื่นมากลับจำอะไรไม่ค่อยได้ หรือถ้าจำได้ก็เลือนรางมาก
ฝันที่มีมูลเหตุ เช่นความกังวล ความเศร้า เราก็พอเข้าใจได้
แต่ฝันประหลาดมากมายไม่รู้เกิดขึ้นได้ยังไง

ถึงทั้งหมดนั้นเราจะไม่ค่อยเข้าใจ แต่เราสัมผัสได้ว่าถ้าคืนไหนที่ฝันจัดหนัก เราจะตื่นมาพร้อมกับความเพลีย
ซึ่งไม่ส่งผลดีสักนิด

(เริ่มด้วยเรื่องขำๆ ไหงจบจริงจังงี้?)