Categories
Delicious

Happy Birthday in Chiang Rai

ไปทำงานจังหวัดอื่นแล้วมีเวลาว่างนิดๆ หน่อยๆ ถ้าไม่เดินเล่นในเมืองก็เข้าโรงหนัง
เมื่อ 26-28 ธันวาที่ผ่านมา เอาตัวเองไปแปะที่เชียงราย ที่พักอยู่ใกล้บขส. และไนท์บาร์ซ่า
วันแรกว่างค่อนวัน แต่ฝนตก เพราะฉะนั้นโปรแกรมที่ผุดขึ้นในใจจึงไม่เป็นอื่น

ถามราคาค่าเดินทางที่ควรจะเป็นจากพี่ในโรงแรม
–เรียกโรงแรม ที่จริงน่าจะเป็นเกสต์เฮาส์มากกว่า ขนาดย่อมแต่ตกแต่งสวยจนเราหลงรัก
ถามเพื่อความปลอดภัย ไม่โดนโก่งค่าเดินทางเนื่องจากเป็นคนต่างถิ่น (ที่เค้ามักจะเรียกว่า ราคานักท่องเที่ยว)
วิธีถามไปก่อนนี่ได้ผลทีเดียว เพราะถึงจุดหมายปุ๊บ เราเตรียมเงินได้พอดี เป็นธรรมกับทั้งผู้ให้และผู้รับบริการ

เราจัดการนั่งตุ๊กตุ๊กไปบิ๊กซีเชียงราย เข้าโรงหนังธนาซีนีเพล็กซ์ตั้งแต่บ่าย
ตอนแรกจะฉาย 2 เรื่องควบในเอนทรี่เดียว เพราะดูในวันเดียวกัน
คือ Happy Birthday กับ 4 Romance (ฝัน หวาน อาย จูบ)
แต่พิมพ์ไปพิมพ์มา ยาวเกินควรไปหน่อย ตัดตอนเล่าเอาดีกว่า

เรื่องแรกที่ดู จำเวลาผิด คิดว่าเป็น 13.40 ที่จริงคือ 13.20
แล้วธนาซีนีเพล็กซ์นี่ โฆษณาไม่ได้มาเป็นกระบุงอย่างโรงหนังอื่นในเมืองหลวง
มีตัวอย่างหนังกับอื่นๆ คั่นนิดหน่อยไม่เกิน 15 นาทีเอง
เพราะฉะนั้นแนนจึงพลาดแฮปปี้เบิร์ธเดย์ท่อนแรกไปทั้งสิ้นประมาณ 5 นาที
เสียใจ~ แต่ทำอะไรไม่ได้ โก๊ะเองนี่หว่า

Happy Birthday
HBD poster

หนังสวย ภาพสวยมาก
โดยเฉพาะครึ่งแรก ทั้งบริบทรอบๆ ตัวละคร แสง โอ๊ย สวยหมด
มุมกล้องส่งความรู้สึกให้คนดูมีมุมมองแปลกดี –ชอบมุมแบบนี้ อธิบายไม่ถูกต้องดูเอง

น้ำตาไหลไปตั้งแต่ตอนดูตัวอย่าง
พอเข้าไปดูในโรงจริงๆ เรียกว่าทำใจไว้แล้ว น้ำตาเลยไม่ไหลออกมาตอนนั้น

ซีนกินใจจริงๆ สำหรับเรา เป็นช่วงบทสนทนาสองท่อนนี้
seen i'm inned
“แต่เภาตายไปแล้วนะเต็น”
“ขอของขวัญผมคืนได้ไหมครับ!!”

พระเอก รู้สึกเหมือนสติหลุดหน่อยๆ ช่วงหลังๆ
ด้วยความที่เศร้า เครียด หาทางออกไม่ได้ รอความหวังที่แทบไม่มีหวัง
สุดท้ายเลยทำ (ดูแลนางเอก) อย่างที่อยากทำถ้านางเอกมีชีวิตปกติ

คนที่จะทำแบบนี้ได้ต้องอดทนและรักจริง รักแบบ –รัก —ก็รัก —-ไม่มีเงื่อนไขอื่น

ช่วงสุดท้ายก่อนจบ
แปลงร่างอนันดาและแอมให้แก่ได้ค่อนข้างเนียน แต่ไม่ได้อารมณ์
รู้สึกว่าถ้าให้คนแก่จริงๆ มาแสดงแทน จะเป็นยังไงนะ คิดว่าน่าจะดีกว่า

และหนังสือท่องเที่ยวเล่มนั้นที่สุดท้ายก็สร้างการเปลื่ยนแปลงได้อย่างที่คนคู่นี้หวังไว้
ก็น่าตื้นตันและยินดี
ดี ดี ดี ดูแล้วรู้สึกดีแหละ แต่เราไม่ซาบซึ้งกับฉากส่งท้ายนี้เท่าไหร่
ชอบช่วงที่ทั้งคู่ได้ใช้เวลาแต่ละวันด้วยกันอย่างมีสติมากกว่า (*-*)/

สรุปว่า หนังพี่ออฟ พงษ์พัฒน์ ไม่ทำให้เราผิดหวัง (ตามดูตั้งแต่ Me Myself) \(*-*)/

เอ้อ…เพิ่งเคยเห็นโปสเตอร์นี้แฮะ เหมือนออกแบบมาช่วงแรกๆ แล้วไม่ได้ใช้

ขอบคุณภาพประกอบจาก:
http://www.thaicinema.org/
http://www.hbdmovie.com/

Categories
Reminder

love comes along with tear

น้องสาวคนหนึ่งจากประเทศพิษณุโลก
เข้ามาคอมเมนต์ใน Hi5:

“ความรักทำให้เรายิ้มและมีเสียงหัวเราะ
แต่รักก็มักจะพารอยน้ำตามาด้วยเสมอ”

ดูเหมือนความรักจะใจร้ายและนำพาแต่ความเศร้าสร้อย
ประโยคสั้นๆ ของน้องสาว ครั้งนี้เราไม่อาจปฏิเสธ
แต่ก็ไม่อยากให้มองรักในแง่ร้ายจนขยาด ไม่กล้ามีรัก
(ที่จริงน้องสาวเราก็เสนอมุมมองทั้งสองด้านนะ เพียงแต่ให้น้ำหนักกับด้านลบมาก)

เราอ่านและนิ่งคิดแวบหนึ่ง ตอบกลับไป:

น้ำตาก็เหมือนอวัยวะหนึ่งของชีวิตแหละ
ไม่ได้เอาออกมาใช้นานเดี๋ยวจะลืม
ให้มันไหลออกมาบ้าง หล่อลื่นหัวใจ

Categories
Delicious

Transporter3

อย่างแรกสุดขอบคุณ kapook.com
เป็นหนังเรื่องที่ 2 ที่ได้ไปดูฟรีในฐานะ blogger
จะว่าไปก็กระดากปาก เพราะไม่แน่ใจในความหมายของตำแหน่งบล๊อกเกอร์
ถ้าแปลว่า คนมีบล๊อกและเขียนบล๊อกของตัวเอง (ไม่นับความถี่หรือเนื้อหา) ก็อาจใช่
อีกอย่างที่กระดากคือ คราวก่อนไปดู 20th Century Boys แล้วไม่ได้กลับมาเขียนอะไร

เพราะเสียใจอยู่มั้ง
พาคนข้างๆ ไปดูด้วยตั้ง 2 คน ทั้งสองคนดูจะไม่สนุก (หนึ่งในนั้นออกแนวเกลียดหนังเรื่องนี้ด้วยซ้ำ)
ส่วนเรา มีที่สนุก และมีที่ไม่ชอบใจ ถามว่าชอบหนังเรื่องนี้ไหม ชอบ, อยากอ่านการ์ตูนไหม อยาก
(สารภาพว่าเคยรู้เนื้อเรื่องจากการ์ตูนคร่าวๆ ยังไม่ได้ทุ่มเทอ่านทุกตอน เป็นการ์ตูนที่ใฝ่ฝัน)
เพราะหนังที่สร้างจากการ์ตูนหรือหนังสือ แน่นอน ไม่สามารถทำให้รายละเอียดครบถ้วนสมบูรณ์อย่างที่เราจินตนาการได้
จะพูดตามหลักสากล(ของแนน) แต่ละคนก็มีจินตาการต่างกันอีก แน๊ะ! จะให้ทุกกระเบียดเป็นอย่างใจคงยาก
แค่ผู้สร้างหนังพยายามทำจินตนาการของเราให้เป็นรูปเป็นร่าง มีมิติ เคลื่อนไหวได้ เท่านี้ก็ขอบคุณจะตายแล้ว
ฉะนั้น ความพอใจหรือไม่พอใจจากส่วนต่างๆ ของหนัง ยังไม่ทำให้ความรู้สึกของเราต่อหนังสือเปลี่ยนไป

เอ๊ะนี่กำลังจะพิมพ์ถึง Transporter3 จริงๆ หรือเปล่าวะ
จริง! แต่ขออีกหน่อย

ที่ต้องขอบคุณ kapook อีกอย่าง คือ วิธีการเลือกคนไปดูหนัง
(คง random ถ้าคนเกิน, เอาหมดถ้าคนพอดี –อันนี้คิดเอง ผิดถูกอย่างไรไม่แน่ใจ)
ถ้าดูจากว่า บล๊อกเกอร์คนไหนดูหนังแล้วเขียนถึงหรือเปล่า เราคงไม่ได้ดูอีกเลย (ฮา)
คิดไว้ในใจแล้วว่า จะอย่างไรก็ตาม ทรานส์พอร์เตอร์3 ต้องเอาความรู้สึกหลังจากดูหนังมาแปะบล๊อกให้ได้

จบเรื่องนอกเรื่อง.

ว่ากันถึง Transporter3
แรงจูงใจแรกคือ หนังฟรี!
แรงจูงใจต่อมาคือ พระเอกและความน่าจะมันส์
แหม… ขอโทษเถอะ ของอย่างนี้มันเย้ายวนกันง่ายมากนะ ฮ่าๆ

ตอนแรกคิดว่าจะเริ่มช้า มั่นใจว่าโฆษณาเกินครึ่งชั่วโมง
ที่ไหนได้
เข้าไปตอนสองทุ่มกว่า ไม่น่าเกิน2ทุ่มครึ่ง (ตามตั๋วคือ 2 ทุ่มตรง) หนังเริ่มฉายแล้ว
โอ้ว สงสัยต้องปรับทัศนคติกับโรงหนังใหม่สักทีละมั้ง (หรือเป็นเฉพาะกับโรงนี้ รอบนี้ก็ไม่รู้)

โครงเรื่อง: เดาง่าย
หากินกับบริษัทที่อ้างตัวเป็นผู้พิทักษ์สิ่งแวดล้อมแต่เข้ามาทำลายโลก –อีกล้าววววว
(คิดว่าคล้ายกับที่เรารับสมัครโครงการเพื่อสังคม น้องๆ ส่วนใหญ่เขียนมาเพื่อแก้ปัญหาโลกร้อน)
ที่สนใจคือพระเอกจะฝ่าฟันภยันตรายไปด้วยวิธีไหนกัน

รถยนต์คันนั้น
แล้วก็ได้เห็นความแข็งแรงของรถยี่ห้อนั้นที่พระเอกขับ
แหมมันช่างทนมือทนตออีนอ ตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้
น่าซื้อใช้โคตรๆ

ความมันส์
กะว่าแอ็กชั่นมันส์ระห่ำท้ามฤตยูนรกสวรรค์สั่นสะเทือน
(เหมือนชื่อหนังฝรั่งแปลเป็นไทย เอาให้เวอร์เข้าไว้เป็นดี เกี่ยวกับเรื่องหรือไม่ค่อยว่ากัน)
ก็เป็นอย่างนั้นจริง แต่ไม่มากล้นจนใจเต้นตลอดเวลา
มีใครเป็นบ้างไหม เวลาดูหนังแอ็กชั่นตื่นเต้นแล้วใจเต้นแรงมาก –เราเป็น

ในฉากต่อสู้หนีตาย พี่เป๊ะ(คนข้างๆ) บอกว่า แหม~ ดูเขาสิ
ใส่สูทสู้ ไม่ต้องท่าเวอร์มาก แต่ดูแล้วเท่+มันกว่าองค์บากอีก (ฮาแบบสลดๆ)
ถือเป็นคำชม

ฝ่ายสนับสนุนพระเอกก็ทำหน้าที่ได้ตามความน่าจะเป็น (คุณลุงนักสืบทาร์โคนี่ ได้ใจค่ะ)

มุกเยอะ
หนังแอ็กชั่นฝรั่งเดี๋ยวนี้ขำไม่เลือกเวลา (เอ๊ะ หรือเป็นมานานแล้ว แต่เราไม่ทันสังเกต)
เฮ้ยชอบ ชอบมากตรงหยอดมุกนี่แหละ ทำให้ความบันเทิงเป็นบันเทิงที่สมบูรณ์แบบมากขึ้น

นางเอก
เซ็กซี่ดี แต่เราเฉยๆ กับบทของ วาเลนติน่า ในเรื่องนี้
ไม่ใช่อิจฉา แต่ปกติไม่เชื่อในความสัมพันธ์ที่เกิดจากการยั่วยวน
เพราะสายตาของพระเอกในเรื่องยังไม่ได้ส่งมาบอกให้เราเห็นว่าชอบนางเอก
ดีที่มีบทสนทนาต่อปากต่อคำเรื่องการสั่งอาหาร ให้เห็นว่าคนคู่นี้คุยกันถูกคอ
พอกล้อมแกล้มให้เราเข้าใจได้ว่าสปาร์กจากฉากริมหน้าผานั่นแหละดี ค่อยเรียนรู้กันต่อไปทีหลัง

จะว่าไป ที่ได้ยินตัวละครพูดย้ำไปมาเหลือเกินเรื่อง Rules (กฎการทำงานของพระเอก)
“ผมมีกฎ แต่บางกฎก็พร้อมจะได้รับการยกเว้น” หรืออะไรทำนองนี้
คิดได้ว่า
ดี ออกจากกรอบที่เราขีดให้ชีวิตตัวเองบ้าง บางทีโลกอาจจะสดใสขึ้น, ยังไงก็ตาม เคารพการตัดสินใจตัวเองด้วย
จะแหกหรือไม่แหกกฎ ก็ต้องยอมรับผลที่เกิดขึ้นจากการตัดสินใจทุกครั้ง
ไม่ได้ให้เศร้าหมองโทษตัวเอง แต่ให้น้อมรับความสุขความทุกข์จากผลของมัน

ตอนออกจากโรงหนัง ร่าเริง
เป็นหนังกำลังดี มาดูในโรงได้ไม่เสียใจ

จะว่าไปหนังแอ็กชั่นทั้งหลายก็สมควรดูในโรงทั้งนั้น
ความกระหึ่มต่างกันอย่างสัมผัสได้

นอกจากใครจะมีมินิเธียร์เตอร์ที่บ้าน (ซึ่งเราไม่มี!)
.
.

เอ้อ เกือบลืม
ขอบคุณพี่เป๊ะ อุตส่าห์หนีงานไปดูหนังด้วยกัน (ฮ่าๆ)

–พิมพ์หมดนี่แล้วรู้สึกตัวเองเป็นคนคิดมากเหมือนเดิมขึ้นเรื่อยๆ แฮะ–

Categories
Mumble

ความเหงาที่เราก็ไม่เข้าใจ

จะออกไปซื้อของเข้าออฟฟิศ
นึกอยากกินไอติม
แต่ก่อนจะมีขาประจำชวนไปกินไอติมด้วยได้อยู่จำนวนหนึ่ง

พี่อุ้ย
พี่เก๋
พี่อุ๊
พี่เป๊ะ (เจ้านี้ไม่กินเอเต้, จะกินต้องสเวนเซ่น)

วันนี้ที่บ้านมีแต่พี่มะเดี่ยว ปาล์ม(ที่ต้องกลับบ้านเร็ว) พี่โป้ง
ชายหนุ่มกำลังเตรียมชุดอาหารยอดข้าว
อย่าหวังว่าชวนแล้วจะไป เป็นไปไม่ได้สองร้อยเปอร์เซ็นต์ หมอไหนก็ไม่ต้องคอนเฟิร์ม เราคอนเฟิร์มเอง

พี่เก๋ พี่อุ๊ พี่เป๊ะ ไม่อยู่แถวนี้ –ชวนไม่ได้
พี่อุ้ย เดาว่าอยู่เมืองนอกแล้วแหละ เพราะมีโปรแกรมไปช๊อปปิ้งตั้งแต่ก่อนเหตุการณ์ปิดสนามบิน –แต่ก็ไม่แน่

โทรหาพี่อุ้ย
อยู่ฮ่องกงจริงด้วย
บอกพี่อุ้ยว่า อยากกินไอติม ไม่มีคนไปกินเป็นเพื่อนเลย

พี่แกหัวเราะ
ฮ่าๆ

เราก็เขินๆ นึกในใจอยู่ว่าเรื่องแค่นี้ต้องเดือดร้อนพี่แกด้วยเหรอ

พี่อุ้ยถามว่าอยากได้อะไรไหม
แนนอยากได้ของหลายอย่างจัด นึกไม่ออก
(อารมณ์แบบว่า ปกติไม่อยากได้อะไร แต่พอมีคนถามว่าอยากได้อะไรไหมจะซื้อไปฝาก –เนี่ยๆ แบบเนี้ยทำให้เราพยายามนึกหัวแทบแตก)

ไม่อยากได้อะไร
อยากกินไอติมกับพี่อุ้ย

วางสายปุ๊บ เหงาปั๊บ

ยิ่งพอเพื่อนเราในเว็บบอร์ดพิมพ์อะไรบางอย่างออกมา
ที่ความหมายคล้ายๆ ว่า ถึงมีเราอยู่ก็ไม่ส่งผลให้อะไรดีขึ้น
อารมณ์เราหลังจากอ่านประโยคนั้นก็เลยยิ่งแย่
เข้าใจว่าจะทำให้คนอื่นรู้สึกแย่ไปด้วย กลัวว่าใครต่อใครจะเกลียดเรา
ก็เลยเฟดออกมา เปลี่ยนเรื่องไปซะ ไม่พูดถึงมัน

แต่เชื่อไหมตอนนั้น เราน้ำตาไหล
.

——————————————————————————

.
เข้าใจว่าไอ้เรื่องอย่างนี้เป็นความจุกจิกยิบย่อยมากในชีวิต
คนอื่นที่อายุเท่าเราป่านนี้เค้าคุยเรื่องการเมือง ติดตามความเป็นไปของประเทศ สนทนาปรัชญาการใช้ชีวิต
ใฝ่หาความรู้รอบด้าน มองสิ่งรอบตัวแล้วคิดวิเคราะห์กันไปถึงไหนต่อไหน

แต่เราเองไม่โตพอจะปล่อยมันไปง่ายๆ
ความเป็นผู้ใหญ่ในตัวเราจะหายไปเสมอถ้าเป็นเรื่องความเหงา ความรู้สึกว้าเหว่

พยายามเข้าใจหลายหน พยายามจริงนะ ไม่ใช่สักแต่พูดหรือพิมพ์
คิดอยู่ว่าทำไมนะ เราไม่ดีอย่างใครๆ ทำไมเราไม่ตัดเรื่องจิ๊บๆ พวกนี้ออกไป เก็บมาเป็นสาระทำไม
พอเข้าสู่โหมดทำความเข้าใจตัวเอง ก็พยายามบอกตัวเองว่าเราก็มีดี เราทำได้
แต่ไม่ค่อยสำเร็จ

การโตเป็นผู้ใหญ่แค่อายุอย่างที่เราเป็นอยู่
จะส่งผลแย่ต่อชีวิตเราแค่ไหนกัน
เราเองก็อยากจะรู้

พิมพ์แล้วเซฟเก็บไว้
อีก 10 กลับมาอ่านใหม่
เมื่อนั้นคงได้คำตอบ
.

(นี่แปลว่ากำลังจำนนต่อตัวเองเหรอ?)