Categories
Mumble

ความเศร้าอันแสนสุข

ความเศร้าอันแสนสุข
หรือความสุขอันแสนเศร้า
หรือความเศร้าอันแสนเศร้า?
.

ความผูกพันเกิดขึ้นเมื่อไหร่ไม่รู้
รู้ตัวอีกทีตอนที่จะต้องห่างกันไปไกล
—ไม่อยากให้เป็นแบบนั้นเลย

ความผูกพันสำหรับเราคือเรื่องอันตราย
ผูกพันมาก เอาความรู้สึกไปผูกติดกับคนอื่นมาก เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลง ผลคืออารมณ์เปลี่ยนไป ส่วนใหญ่ไปในทางไม่ดี
ไม่ว่าอีกฝ่ายจะมีปฏิกิริยาอย่างไร เรารับรู้และสะท้อนกลับหมด มาดีไปดี มาฉุนเฉียวเราฉุนขาด ร่าเริง เศร้า เซ็ง อารมณ์แบบไหนก็ตามถ้าเราจับสัมผัสได้ เราสะท้อนรุนแรง

ทางแก้ไขน่ะหรือ
นอกจากเราต้องควบคุมตัวเองไม่ให้เอาอารมณ์ความรู้สึกไปผูกกับใครมากเกิน
อีกทางคือ ถ้ารู้ตัวว่าว่าไปผูกกับคนไหนไว้ แกะออกมา

เราไม่ควรสนิทกัน แม้ว่าแท้ที่จริงเราจะสนิทกัน เราก็ต้องไม่สนิทกัน
เราไม่กล้าสนิทกับใคร
สนิทมาก เจ็บปวดมาก
ไม่ได้เป็นแค่เราคนเดียว คนอื่นรอบตัวก็เจ็บปวดเพราะได้รับผลกระทบทางอารมณ์ที่เราขว้างออกไป
ทั้งที่ดี และร้าย…

“พี่ยังไม่กล้าสนิทกับน้องแนนเลย”
พี่รู้ว่าพี่มีอิทธิพลต่ออารมณ์ของน้องแนน –มาก

“ไม่เป็นไรหรอก เราเองก็ไม่กล้าสนิทเหมือนกัน”

จนกว่าวันที่เราปรับตัวเองได้ ไม่รู้จะมีไหม
วันนั้นเราจะสนิทกันอีกนะพี่ชาย
เสียใจที่ต้องเป็นแบบนี้ แต่น้อยที่สุดเราก็รับรู้ได้ว่าความผูกพันนั้นมีความหมาย
อาจไม่มีความหมายกับพี่ชายมาก
แค่มีความหมายกับเราคนเดียวก็พอ

.

(ใครเผลอมาอ่านแล้วงง ขอโทษอย่างยิ่งค่ะ)

Categories
Poem

อารมณ์แนน-Can[not]to

เขียนยาวแล้วเยิ่นเย้อ ความรู้สึกซ้ำซากจำเจที่เกิดขึ้นเรื่อยๆ บันทึกอีกก็ซ้ำกับของเดิมอีก
ไหนๆ ก็เหงาหงอย ไหนๆ ก็ง่วงเพลีย ไหนๆ ก็บ้าถ่างตาไม่ยอมนอน แต่ดันขี้เกียจแบบนี้
แปะแคนโต้(นอกคอก)แทน นึกคำไหนออกก็ใส่ๆ เข้าไป
ถ้าใครเผลออ่านแล้วขัดใจต้องขออภัยด้วย

อารมณ์แนน-แคนโต้

มาเร็ว
ไปช้า
ความเหงา

มาช้า
ไปช้า
น้ำตา

อยู่กับเรา
ตลอดเวลา
ความโดดเดี่ยว

มาเมื่อไหร่
ไม่อยากให้ไป
ความสุข

แยกไม่ออก
เราหรือเรา
ความขี้เกียจ

อยากมี
และไม่อยากมี
ความรัก

มาไม่บอก
ไปก็รู้
ความตาย

โลกสดใส
คนอารมณ์ดี
รอยยิ้ม

อยากยิ้ม
ยิ้มสิ
วันนี้ยิ้มคนเดียว

เหงาไม่เป็นไร
ความสุขเล็กๆ หาได้
ปลอบใจตัวเอง.

Categories
Mumble

สารภาพบาป

พี่มะเดี่ยวเลี้ยงปลาทะเลไว้ตู้นึง
มีปลาการ์ตูน ปลาทูทอง ปลาชื่อไม่คุ้นอีกสองสามอย่างมั้ง
ละก็มีกุ้งแอน กุ้งมังกรตัวไม่ใหญ่มาก ปลาดาว แล้วก็ปลาที่คล้ายๆ เม่นตัวเล็ก

ตู้ปลาทะเลมีสายระโยงระยาง มีสวิตซ์เปิด-ปิดหลายอัน ทั้งหมดนั้นรวมถึงสวิตซ์ไฟ สวิตซ์ออกซิเจน
สวิตซ์ออกซิเจนจะเปิดไว้ตลอด
สวิตซ์ไฟจะเปิดเฉพาะตอนกลางคืน

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาอยู่ออฟฟิศคนเดียว (ออฟฟิศแนน หลัง 6 โมงเย็นจะเป็นบ้าน) คนอื่นไปค่ายที่ระยองกันหมด
ปกติแนนไม่ค่อยได้ดูแลสัตว์อะไรเท่าไหร่ เป็นคนไม่รักสัตว์เยอะๆ
ปลานี่ก็ไม่ได้อยู่ในความสนใจ เพราะมีคนดูแลอยู่แล้ว (พี่มะเดี่ยวดูแลดีจะตาย)
แต่ทีนี้ไม่มีใครอยู่ แนนเลยมีหน้าที่ให้อาหารปลาโดยอัตโนมัติ

ตอนเย็น (7พฤศจิ) เอาอาหารปลาโปรยๆ ในตู้ ทุกตัวแย่งกันกินเยอะๆ สงสัยตอนเช้าให้น้อยไปหน่อย
ก่อนนอนออกมาปิดไฟตู้ปลาหน้าบ้าน กะว่าให้ปลานอนหลับสบายๆ
เช้าวันเสาร์เอาอาหารให้ปลาอีก เห็นมันว่ายน้ำช้าๆ ก็คิดว่ามันคงยังไม่ค่อยหิว
ตกเย็นจะออกไปหาพี่โบว์พี่แอน (เตรียมงานแต่งรอบญาติ-ผู้ใหญ่) เลยจะให้อาหารปลาก่อนออกจากบ้าน
.
.
.
.
ปรากฏว่าทุกตัวตายหมด
.
.
.
งงมาก
.
.
.
.
.
.
.
รู้ตัวอีกที เราปิดสวิตซ์ผิดนี่หว่า
จะปิดไฟอย่างเดียว แต่ดันปิดทั้งไฟทั้งออกซิเจน
ตอนนั้นไม่มีสติ ทำอะไรไม่ถูก
สรุปคือ หาสวิตซ์ออกซิเจนแล้วเปิดใหม่ทันที
(เปิดทำด๋อยไร ปลามันตายหมดแล้วเว้ย)
ออกจากบ้านแบบงงๆ

ขึ้นแท็กซี่ก็ยังคิดถึงปลาทั้งตู้ นั่งพึมพำตลอดทาง

เจอหน้าพี่แอนพี่โบว์ก็ยังทำตัวไม่ถูก ไม่รู้จะทำไง
แว้บนึงคิดหาทางบอกพี่มะเดี่ยว จิตใจฝ่ายกลัวความผิดบอกว่า “โกหกไปเลย บอกไปว่าไฟดับ”
แต่ก็ยังไม่ได้ตัดสินใจ ลังเลไปมา เอาไงดีวะ

ตั้งสติได้หน่อยนึง เล่าให้พี่โบว์พี่แอนฟัง น้ำตาไหลสะอึกสะอื้นสงสารปลา
นึกขำปนสมเพชตัวเอง แม่งทำอะไรไม่ดูให้ดี ผลเสียครั้งนี้กลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้เลย
คุยกับพี่โบว์พี่แอนพักนึง พี่แอนย้ำว่า ยังไงก็ต้องบอกพี่มะเดี่ยวให้เร็วที่สุด
คืนนั้นค้างบ้านพี่โบว์ที่ปทุมฯ หาทางติดต่อพี่มะเดี่ยวอยู่นาน

สุดท้ายก็ได้บอกขอโทษและเล่าเรื่องให้ฟัง

พี่มะเดี่ยวนิ่งมาก บอกไม่เป็นไรเลย ไว้น้องแนนเลี้ยงข้าวพี่ละกัน
เราเลยยิ่งเสียใจ (อยากให้ด่ามากกว่า) เริ่มสะอื้นๆ
พี่มะเดี่ยวอึกอัก ทำอะไรไม่ถูก บอก “น้องแนนพี่ทำไม่เป็น”
คือ ปลอบหรือพูดอะไรอ่อนโยนๆ ไม่ค่อยถูก
ได้แต่พูดซ้ำๆ “ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร…”
กำชับให้แนนเอาปลาทุกตัวออกมาจากตู้ด้วย เดี๋ยวจะเน่า
วางสายโทรศัพท์แบบเศร้าโคตร
.
.
เฮ่อ…
.
.
ไว้มีตังค์แนนจะพาพี่มะเดี่ยวไปเดินจตุจักร หาซื้อปลาทีละตัว
(ทั้งตู้นั้นสิบกว่าตัวได้มั้ง ราคาทุกตัวรวมกันคงเฉียดหมื่น)

เฮ่อ…
ทำอะไรไม่ดูให้ดีก็เป็นแบบนี้
.
.
ขอโทษนะคะ
ทั้งคุณปลา คุณดาว คุณกุ้ง
ขอโทษพี่มะเดี่ยวด้วย

Categories
Poem

โต้แคนโต้

เคยได้ยินเรื่องกวีไฮกุ (หรือไฮคุ?) อ่านไฮกุครั้งแรกในหนังสืออะเดย์ (ถ้าจำไม่ผิด)
ที่ว่าเป็นบทกวีของญี่ปุ่น 1 บทมี 3 วรรค แต่ละวรรคมีความยาว 5-7-5 ตัวอักษร ตามลำดับ

จากนั้นก็ได้ยินเรื่องแคนโต้ จากคุณ คนหนึ่ง
ที่เป็นกลอนเปล่าของไทย ไม่มีสัมผัส
1 บทมี 3 บาท บาทละ 1 วรรค แต่ละวรรคไม่กำหนดจำนวนพยางค์
แคนโต้มีลักษณะเด่นคือใช้คำน้อย แต่ให้ความหมายลึกซึ้ง คล้ายไฮกุของญี่ปุ่น

วันนี้อยู่บ้านคนเดียว
เพิ่งกลับจากกินเหล้าปั่นกับแก๊งฟอนต์
หลังวางสายโทรศัพท์จากคนที่ทำให้ใจวุ่นวาย
–นึกถึงคนที่เคยเล่าเรื่องแคนโต้ให้ฟัง
–ลองส่งแคนโต้ไปให้อ่าน
–กลายเป็นการ “โต้แคนโต้” โดยบังเอิญ
(ของแนน สีเข้ม ของคุณ สีอ่อน)
.
.

บ้านเงียบเหงา
ปลาการ์ตูนสีส้มร่าเริงในตู้กระจก
คนไร้สติ

รถไฟขบวนนี้
รอยยิ้มไปไกลถึงกรุงเทพ
นกบินในกระจก

คนเคยรักติดต่อกลับมา
ฉันหวั่นไหวและโศกเศร้า
ไม่เข้าใจตัวเอง

ความมืด
คุณคงไม่รู้หรอกว่าแสงไฟน้อยนิดเพียงใด
ถ้าหัวใจหกล้ม

ความสว่าง
แม้สิ้นหวัง
ก็คงไม่ต่างจากการหลับตาในความมืด

ลมที่ปลิวผ่านมา
ความรักที่พัดไปไกล
จากนี้ต่อไป

จากนี้เดียวดายต่อไป
หันหน้าให้ความสดใส
ดูแลหัวใจตัวเอง.

.
.
ข้อเสียของแนนตอนเขียนแคนโต้คือ
พยายามหาคำสวย (มากไป –ซึ่งก็หาไม่ค่อยได้ -*-)
พยายามหาสัมผัส (ซึ่งไม่จำเป็นสำหรับแคนโต้)
สื่ออะไรอ้อมค้อมเยิ่นเย้อ (ซึ่งแคนโต้ต้องกระชับ สื่อสารตรงไปตรงมา)

.

มีอารมณ์เขียนอีกเมื่อไหร่ คงได้พัฒนาต่อ

.

.

(อื่นๆ เกี่ยวกับแคนโต้ อ่านได้จาก ThaiCanto.com ค่ะ)