• Nothingness
inanza™

Mansion 7 (แมนชั่นเซเว่น) ในมุมมองของ พขร.

January 18th, 2012 by inanza

บนรถเมล์ปรับอากาศสาย 137
ถนนรัชดาภิเษกเวลาใกล้สองยามค่อนข้างโล่ง
ผู้โดยสารบนรถก็โล่งชนิดที่ว่าถ้าคุยโทรศัพท์ในระดับเสียงปกติก็คงได้ยินไปเกือบทั่วรถ

รถแล่นผ่านแมนชั่นเซเว่น
กระเป๋ารถเมล์และพนักงานขับรถสนทนากัน

กระเป๋า: พี่ ที่นี่มันคืออะไรเรอะ?
พขร.: หืม อะไร?
กระเป๋า: ไอ้ที่ผ่านมาเมื่อกี้ ฉันเห็นมานานแล้ว แต่ไม่รู้เสียทีว่ามันคืออะไร
พขร.: ห้างไง ห้างที่พวกเกย์เขาเดินกัน
เขาตอบคำถามทั้งที่สายตาจับจ้องไปยังถนนเบื้องหน้า

กระเป๋า: ฮะ? พวกเกย์เหรอ
พขร.: อือ ไม่แน่ใจนะ แต่เขาว่าเป็นห้างที่พวกเกย์มาเดินกัน มีโชว์เต้นอัลคาซาร์ คาบาเรต์ แล้วก็มีร้านเสื้อผ้าสำหรับเกย์ อะไรพวกนี้
กระเป๋า: (พยักหน้าเข้าใจ) อ๊ออออออ อย่างนี้นี่เอง มิน่าล่ะตกแต่งสีทึมๆ มืดๆ ดูน่ากลั๊ว
พขร.: แหม แกก็ แค่ดูจากสีม่วงก็รู้แล้วน่าว่าเป็นที่สำหรับเกย์!

กระเป๋า: ป้ายหน้าสุทธิสารค่ะ

ฉันกดกริ่ง
รถค่อยๆ ชะลอความเร็ว…

————————–

เว็บไซต์แมนชั่นเซเว่น
http://www.themansion7.com/index.html

Posted in life's shot | No Comments »

homemade cheese pie

December 19th, 2011 by inanza

ทำกินเองเมื่อเดือนที่แล้ว
ครั้งแรกซับซ้อน เอาเข้าเตาอบ แถมส่วนผสมขาดๆ เกินๆ –ผลกระทบจากน้ำท่วม
ผลคือขอบพายกรอบเกิน (เรียกว่าแข็งจะตรงกว่า) เนื่องจากกดแครกเกอร์แรงไป
เนื้อชีสพายเหลวเกิน
รสชาติงั้นๆ

ครั้งสองทำง่ายๆ
–เรียนรู้จากพี่ @onlyying ว่าชีสพายเนี่ยทำง่ายๆ ขั้นตอนธรรมดาพอ ชิมอย่างที่ชอบ อร่อยชัวร์
ผลคือเนื้อชีสพายอร่อยโดน (ออกเปรี้ยวนิดหน่อย หวานกลาง)
ส่วนขอบพายที่ทำด้วยแครกเกอร์นั้น อันเนื่องมาจากกลัวประวัติศาสตร์ซ้ำร้อย ไม่อยากให้แครกเกอร์เกาะกันแข็งเกินไปเลยออกแรงกดแค่ 10% ของคราวที่แล้ว
ผลคือขอบพายร่วนเกิน ตักออกมาทีแทบจะกลายเป็นขนมขี้หนู
แต่รสชาติโดยรวมอร่อยประทับใจคนทำ
(ที่จริงเราควรให้ความสำคัญกับคนกินมากกว่าไม่ใช่เรอะ!)

คุณหมีซื้อหนังสือทำขนมแบบไม่ต้องใช้เตาอบมาให้หนึ่งเล่ม
คาดว่าพ้นช่วงขาดแคลนทุนทรัพย์เมื่อไหร่คงได้ลองทำขนมอย่างอื่นหรือชีสพายสูตรอื่นกินเองอีก
ใครอยากเป็นหนูทดลองแจ้งความจำนงไว้ได้ ทำเสร็จจะส่งข่าวไป (อย่าลืมทำประกันชีวิตไว้ด้วยนะ!)

Posted in Delicious, life's shot | No Comments »

ครอบครัว

December 19th, 2011 by inanza

ฉันเติบโตมาในครอบครัวประหลาด
เป็นพี่สาวคนโตที่สนิทกับน้องชายคนรองเหมือนเพื่อนเพราะอายุห่างกันเพียงหนึ่งปี
สนิทกับน้องสาวคนเล็กแบบพี่ปกครองน้อง (น้องสาวเชื่อสิ่งที่ฉันสอนมากกว่าแม่สอน–แม่บอกอย่างนั้น)
เตี่ยแม่หย่ากันแต่ก็ยังใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันในบ้านเดียวห้องนอนเดียวกัน
ด้วยวิธีการเลี้ยงดูบางอย่าง ฉันรู้สึกห่างเหินกับเตี่ยแม่ตั้งแต่เด็ก ไม่สนิทใจ รู้สึกเข้ากันได้ยาก

สถานที่เรียนชั้นอุดมศึกษาและสถานที่ทำงานทำให้ฉันอยู่ห่างจากบ้านมานาน ฉันสบายใจที่จะให้มันเป็นอย่างนั้น
พอโตขึ้น ดูเหมือนชีวิตที่ผ่านไปทำให้ฉันทำความเข้าใจกับอดีตได้มากขึ้น
เมื่อเป็นเช่นนั้น ฉันจึงรู้สึกสนิทสนมกับครอบครัวประหลาดนี้มากขึ้นเรื่อยๆ
อย่างไรก็ตามการงานของฉัน (รวมถึงความรักอิสระของฉันเอง) ทำให้โอกาสในการกลับบ้านมีไม่บ่อย แต่ละครั้งไม่นานนัก
รวมถึงน้องชายที่ทำงานเป็นกะ มักเข้ากะบ่ายควบกะดึก เวลาที่น้องอยู่บ้านจึงหมดไปกับการนอน
และน้องสาวที่เรียนอยู่มหาวิทยาลัยแถวรังสิต กลับบ้านเป็นช่วงๆ (ขอสงวนการเล่นมุกแพนด้าหลินฮุ่ย)
เพราะฉะนั้นคนที่ใช้ชีวิตจริงๆ ที่บ้านจึงมีเพียงสองคนหลักคือเตี่ยกับแม่
นอกจากนี้เป็นขาจรทั้งสิ้น
และมนุษย์ทั้งห้าแห่งบ้านประหลาดก็มิค่อยมีโอกาสประสบพบกันพร้อมหน้าพร้อมตา

ฉันเพิ่งรู้ไม่นานว่าแม่ชอบดูรายการตลาดสดสนามเป้า
และอยากจะเดินทางไปท่องเที่ยวยังสถานที่ที่รายการนี้พาไป
โดยเฉพาะที่ที่ไม่ไกลจากบ้าน ขับรถตุเลงตุเลงไปกันเองได้

เย็นวันเสาร์หนึ่งที่ฉันกลับบ้าน
แม่เอ่ยปากชวนไปกินอาหารทะเลที่บางเสร่
(ลืมบอกไปว่าบ้านฉันอยู่อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี –ใกล้ทะเลเพียง 15 นาที!)
แต่แม่ก็อยากไปบางเสร่ (ต.บางเสร่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี –ห่างจากบ้านฉันไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงขับรถ)

เอาหละ แม่อยากไป สมาชิกในบ้านก็ไม่ได้มีความเห็นเป็นอย่างอื่น
เป็นอันว่าวันรุ่งขึ้นเราไปบางสเร่กัน
แปลกมากที่วันนั้นน้องสาว-น้องชาย-ฉัน อยู่บ้านและไปเที่ยวด้วยกันได้พร้อมหน้า
วันอาทิตย์ธรรมดาจึงกลายเป็นวันพิเศษ(ในใจฉัน)ขึ้นมาทันที
และภาพเหล่านี้เป็นคำยืนยัน

ข้อมูลจากคำถ่ายทอดของแม่และประสบการณ์ของฉัน
ตลาดบางเสร่มีอาหารทะเลสดๆ เป็นๆ จำหน่ายแต่เช้าตรู่ ช่วงเวลาประมาณ 6.00-8.00
หากไปหลังจากเวลานี้ตลาดจะวาย (อย่างเช่นบ้านฉันไปถึงตลาดประมาณ 8.30 ตลาดวายไปแล้วเรียบร้อย)
ขับรถเลยตลาดไปผ่านวัดบางเสร่ เลี้ยวขวาเข้าหาด จะมีร้านอาหารทะเลเรียงรายริมถนน สภาพเหมือนร้านอาหารตามสั่งบ้านๆ เลือกเอาตามความรู้สึกพึงพอใจ ถูกชะตากับร้านไหนก็ร้านนั้น
(หากมีเวลาและความกล้า ลองเดินสำรวจราคาปู, ปลา ของแต่ละร้านก่อนตัดสินใจก็ได้ แม้ร้านจะอยู่ติดๆ กันก็ไม่ได้หมายความว่าราคาอาหารทะเลจะเท่ากัน)
ทุกทุกร้านริมหาดมีบริการเสื่อปูพร้อมโต๊ะญี่ปุ่น เสริฟอาหารให้เรานั่งกินไปมองทะเลไปได้สบายๆ
กินไปวิ่งลงน้ำทะเลไปยังได้

ฉันรักหาดบางเสร่ตรงที่มีร่มมะพร้าวถี่, ไม่ถึงกับแน่น, บังแดดเป็นร่มเงาให้เรานั่งแช่ได้อย่างไม่ต้องกลัวร้อน
คนที่ไปถึงแต่เช้าจะได้เปรียบมาก เพราะเลือกนั่งโต๊ะไหนก็ได้ตามใจ หากมาถึงสายๆ เกือบเที่ยงอาจต้องรอคิวโต๊ะหรือได้นั่งในมุมอับวิวอับร่ม

ขอบคุณรายการตลาดสดสนามเป้าและบางเสร่
(ตั้งใจโพสต์ภาพพร้อมคำบรรยายสั้นๆ ไหงยาวงี้ -_-)

Posted in life's shot, Places | No Comments »

แปลกหน้า

November 30th, 2011 by inanza

ยามที่เราอยู่ท่ามกลางคนแปลกหน้า
อะไรก็ไม่เศร้าเท่ากับคนข้างกายเรากลายเป็นคนแปลกหน้าไปด้วย
Nov12, 2011

Posted in Mumble, Tweets | No Comments »

ล็อตเตอรี่ใบแรกในชีวิต

March 1st, 2011 by inanza

ไม่เคยคิดว่าชีวิตนี้จะซื้อล็อตเตอรี่ เป็นคนที่ด้อยความสามารถในการคำนวณเรื่องหวย เรื่องไพ่ อะไรเทือกนี้ คือเล่นไม่เป็นทั้งหวยทั้งไพ่ทั้งแทงบอล ไม่ใช่ไม่อยากเล่นนะแต่พยายามแล้วมันไม่เข้าใจ และคิดว่าตัวเองไม่มีโชคกับรางวัลที่มีมูลค่าหรอก นอกจากเล่นเกมได้ตั๋วหนังฟรีไปวันๆ =P

อยู่มาวันหนึ่งบนโต๊ะอาหาร นั่งกันสามคน พี่สองคนซื้อกันคนละใบ เรามองกราดๆ ไปโดยไม่ตั้งใจ เจอเลขที่รู้สึกชอบ (ปกติเลขที่เราชอบมักเป็นเลขที่เฉพาะเจาะจงและไม่น่าถูกรางวัลได้) ตัดสินใจในวินาทีสุดท้ายที่คนขายกำลังจะเดินจากไปว่าขอซื้อใบนึง (เขาเรียกว่าหนึ่งคู่หรือเปล่านะ) นั่นแหละจึงได้ใบนี้มา ราคาหนึ่งร้อยบาทถ้วน

ไม่ได้หวังเป็นจริงเป็นจังเรื่องรางวัล แต่การซื้อครั้งนี้น่าจะทำให้คนขายมีรายได้เพิ่มขึ้น (ไหม?) ไม่รู้ระบบปันผลของคนขายล็อตเตอรี่แฮะ

ป.ล. เพิ่งสังเกตว่าข้อความ รูปภาพ ตัวเลข ฯลฯ ทั้งหลายมีรายละเอียดเยอะมาก ส่วนหนึ่งน่าจะเพื่อป้องกันการปลอมแปลง แต่มันทำให้เรา (ผู้คลั่งไคล้การอ่านอะไรสักอย่างในส้วม) เพลินกับการอ่านโน่นนี่บนล็อตเตอรี่มากๆ สงสัยอยู่อย่างว่าสัญลักษณ์เล็กๆ คล้ายไอคอนรูปต่างๆ 4 รูปกลางใบทั้งบนและล่างนั่นมีนัยสำคัญอะไรหรือเปล่า

Posted in Stuff | 1 Comment »

« Previous Entries